ศุกร์, 20 กันยายน 2019

ภาพกิจกรรม

Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com

ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑ ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑

ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑ ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑

ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑ ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑

ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑ ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑

ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑ ศรชล.ภาค ๑ : ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๑

ติดต่อเรา

 

กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑
ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ
จ.ชลบุรี   รหัสไปรษณีย์ 20180
โทรศัพท์/โทรสาร : 0-3843-8008, 0-3843-8592


วิทยุสื่อสาร
- ย่าน HF ความถี่ 8249 KHz (USB)
- ย่าน VHF มารีนแบนด์ ช่อง 16 ความถี่ 156.800 MHz
- CB.SUPER STAR 2400 (มดดำ) ช่อง 21C ความถี่ 27.215 MHz
นามเรียกขาน
- ทัพเรือภาคที่ ๑ เรียก "ทัพเรือภาคที่ ๑"
- เรือรบทุกลำของกองทัพเรือ เรียก "เรือรบ"
- เรือพานิชย์ทุกลำใช้นามเรียกขานว่า "เรือ......(ชื่อเรือ)"
- เรือประมงทุกลำใช้นามเรียกขานว่า "เรือประมง" หรือ "เรือ......(ชื่อเรือ)"

 

 

อีกแล้ว...จับเรือประมงเวียดนาม ๓ ลำ ลูกเรือ ๑๒ คน หาปลาน่านน้ำไทยรู้ตัวว่าจะต้องถูกจับแต่ยอมเสี่ยงอ้างรายได้ดีเคยได้ถึง ๗.๕ หมื่นบาทต่อเที่ยว

อีกแล้ว...จับเรือประมงเวียดนาม ๓ ลำ ลูกเรือ ๑๒ คน หาปลาน่านน้ำไทยรู้ตัวว่าจะต้องถูกจับแต่ยอมเสี่ยงอ้างรายได้ดีเคยได้ถึง ๗.๕ หมื่นบาทต่อเที่ยว

blank1กองทัพเรือโดย ทัพเรือภาคที่ ๑ จับเรือประมงเวียดนามลักลอบทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยอีก ๓ ลำ ลูกเรือ ๑๒ คน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไทย โดยระหว่างเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑ ถึง เดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีการจับกุมเรือประมงเวียดนามในพื้นที่อ่าวไทยได้กว่า ๖๐ ลำ ลูกเรือ กว่า ๑๓๐ คน
blank1เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ ท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองบัญชาการ กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค ๑ (ผบ.ทรภ.๑/ผอ.ศรชล.ภาค ๑) มอบหมายให้ พลเรือตรีบรรพต เนตรกระจ่าง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ นาวาเอกปพน หาญไพบูลย์  รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๑ นาวาเอกณัฐพงศ์ ปานโสภณ ผู้อำนวยการกองข่าวข่าว ทัพเรือภาคที่ ๑ พร้อมนายทหารพระธรรมนูญฯ และนายทหารฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เดินทางเข้าตรวจสอบการจับกุมเรือประมงต่างชาติที่รุกลำเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย พร้อมเจ้าของและลูกเรือ ๑๒ คน สัญชาติเวียดนาม และของกลางเรือประมง ๓ ลำ อุปกรณ์ตกปลาหมึก กุ้งปลอม สายเบ็ด ตะกั่วตกปลา โดยตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.๒๕๕๘ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
blank1สืบเนื่องจาก ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ ๑ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุเครือข่ายมดดำนาวีทัพเรือภาคที่ ๑ ว่ามีเรือประมงสัญชาติเวียดนามเข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย บริเวณ เเลต ๑๑ องศา ๕๙.๙ ลิปดาเหนือ ลอง ๑๐๑ องศา ๘.๑ ลิปดาตะวันออก เเบริ่ง ๑๔๕ ระยะ ๔๗ ไมล์ จากเกาะจวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จึงสั่งการให้เรือตรวจการณ์ ๒๗๒ (เรือ ต.๒๗๒) โดยเรือเอก อนนท์ สุขจิตร์ ผบ.เรือ ต.๒๗๒ ซึ่งออกลาดตระเวนตรวจการณ์อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าตรวจสอบและสามารถจับกุมเรือสัญชาติเวียดนามได้ จำนวน ๓ ลำ พร้อมไต๋และลูกเรือ รวม ๑๒ คน จึงได้นำเรือพร้อมไต๋และลูกเรือทั้งหมด มาทำการสอบสวนที่ท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการดังกล่าว
blank1จากการสอบถามไต๋และลูกเรือทราบว่า ได้นำเรือออกจากท่าเรือเมืองซัมด๋อง เกาะฟูก๊วก จังหวัดเกียนยาง ประเทศเวียดนาม เข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย เนื่องจากมีสัตว์ทะเลอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะปลาหมึก จึงได้ลักลอบเข้ามาทำการประมงครั้งละ ๑๐-๑๕ วัน โดยหมึกที่ตกได้จะฝากเรือประมงที่กลับเข้าฝั่งประเทศเวียดนาม นำไปขายในราคา กก.ละ ๒๕๐ บาท จะได้ครั้งละ ๒๐๐-๓๐๐ กก. เคยมีรายได้สูงสุดถึง ๗๕,๐๐๐ บาท/เที่ยว ซึ่งคุ้มค่ากับการเสี่ยงในการลักลอบเข้าทำการประมงในน่านน้ำไทย
blank1พลเรือตรี บรรพต เนตรกระจ่าง กล่าวว่าที่ผ่านมา ระหว่างเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑ - เดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒ ทัพเรือภาคที่ ๑ สามารถจับกุมรือประมงสัญชาติเวียดนาม ที่รุกล้ำเข้าทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยได้ จำนวน ๙ ครั้ง รวมเรือ ๒๐ ลำ และหากนับภาพรวมของอ่าวไทยแล้ว มีการจับกุมเรือประมงเวียตนามได้ถึง ๖๔ ลำ ลูกเรือ ๑๓๕ คน ซึ่งในการจับกุมแต่ละครั้งทาง ทัพเรือภาคที่ ๑ ได้มีการจับกุมอย่างละมุนละม่อมและอย่างดีด้วยหลักมนุษยธรรม เนื่องจากไทยและเวียดนาม มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และที่ผ่านมาทางหน่วยงานราชการเวียดนามเอง ก็ได้มีการประกาศให้เรือประมงเวียดนาม ห้ามเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย แต่ก็ยังมีบางส่วนไม่เชื่อฟัง จึงถูกกองทัพเรือไทยจับกุมมาดำเนินคดีตามกฏหมายไทยดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ ๑